วันอาทิตย์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2553

Tokyo Sonata วันที่หัวใจซ่อนเจ็บ


Tokyo Sonata    วันที่หัวใจซ่อนเจ็บ
                ภาพยนตร์ Tokyo Sonata    วันที่หัวใจซ่อนเจ็บ  นั้นเป็นภาพยนตร์เรื่องหนึ่งที่ตัวดิฉันเองได้ชมแล้วรู้สึกได้อะไรๆหลายๆอย่างสำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้  เพราะดิฉันคิดว่าเหมาะมากๆกับสังคมไทยปัจจุบันนี้  เป็นสังคมที่ต้องแย้งชิงกันไม่ว่าจะเป็นปัจจัยสี่  อาชีพการทำงานถือว่าเป็นสิ่งที่แย้งต่อสู้กันในยุคเศรษฐกิจเช่นนี้ เพื่อมาเลี้ยงปากท้องของครอบครัวแต่ทั้งนี้เมื่อเกิดปัญหาขึ้นในครอบครัวทางออกที่ดีที่สุดคือการเปิดใจและคุยกันของคนในครอบครัว เพราะครอบครัวคือสิ่งที่สำคัญนั้นเอง  สำหรับ ภาพยนตร์ Tokyo Sonata    วันที่หัวใจซ่อนเจ็บ  เรื่องนี้นั้นเป็นเป็นตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้นกับครอบครัวชีวิตการทำงานบวกกับการทำหน้าที่ของสมาชิกในครอบครัวได้เป็นอย่างดีเป็นซึ่งดิฉันชมแล้วเกิดความคิดหลายๆมุมมองเลยทีเดียว
          สำหรับภาพยนตร์ Tokyo Sonata    วันที่หัวใจซ่อนเจ็บ  เรื่องนี้นั้นเนื้อหาของเรื่องเป็นการถ่ายทอดจากชีวิตครอบครัวหนึ่งของชาวญี่ปุ่นที่ผู้เป็นพ่อนั้นมีตกงานและกำลังจะหางานทำแต่กับไม่บอกให้คนในครอบครัวรู้รับความทุกข์นี้ไว้อยู่คนเดียว  แม่ผู้ที่คอยสังเกตและรับรู้พฤติกรรมของคนในบ้านแต่ไม่พูด ซึ่งภายในใจนั้นมีแต่ความท้อแท้อยู่  ลูกชายคนโตเป็นวัยรุ่นที่มีความคิดและอุดมการณ์เป็นของตัวเองเข้ารับราชการทหารไปร่วมรบอยู่กับต่างประเทศ  และลูกชายคนเล็กที่มีความลับกับพ่อแม่แอบนำเงินค่าอาหารกลางวันไปเรียนเปียโนเพราะกลัวพ่อดุ และเรื่องทุกอย่างก็เกิดขึ้นเป็นปัญหาของครอบครัวนี้ที่ต้องเผชิญ
                จากภาพยนตร์ Tokyo Sonata    วันที่หัวใจซ่อนเจ็บ เรื่องนี้นั้นถ้าถามดิฉันว่าได้อะไรบ้าง นั้นขอตอบเลยว่ามากมาย เพราะทำให้ได้รับรู้ปัญหาครอบครัวเป็นอย่างดี ภาพยนตร์เรื่องนี้นั้นอาจจะสะท้อนให้เห็นปัญหาบางส่วนแต่ต้นเหตุของปัญหาครอบครัวนี้คือ การปกครองครอบครัวที่ใช้อำนาจมาปกครอง ซึ่งมันไม่เหมาะกับระบบครอบครัวสักเท่าไร การไม่หันหน้ามาคุยกันทำให้เกิดความบาดหมางในครอบครัวโดยเฉพาะผู้เป็นพ่อที่ใช้อำนาจ และไม่เปิดใจคุยกันส่งผลให้บรรยากาศของครอบครัวมีความลับต่อกันนั้นเอง  อีกทั้งยังทำให้คิดได้ว่าทางออกของปัญหาทุกอย่างโดยเฉพาะที่เป็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับครอบครัว จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องหันหน้ามาปรึกษากันเพราะอย่าลืมว่าครอบครัวคือสิ่งที่สำคัญสำหรับเรา
           
          สำหรับทฤษฎีสังคมที่เกี่ยวกับภาพยนตร์ Tokyo Sonata   เรื่องนี้นั้นคิดว่าคงจะเป็นแนวคิดทฤษฎีโครงสร้างและหน้าที่ของครอบครัว ซึ่งในบทบาทหน้าที่ครอบครัว(Family function) หมายถึง กิจกรรมหรืองานที่สมาชิกในครอบครัวควรกระทำตามบทบาทหรือสถานภาพในครอบครัว เพื่อให้ครอบครัวสามารถดำเนินชีวิตครอบครัวไปได้อย่างราบรื่น ทั้งนี้ ครอบครัวจะมีหน้าที่ต่อสมาชิกในครอบครัวในการตอบสนองความต้องการของสมาชิกในครอบครัว และยังมีหน้าที่ของครอบครัวต่อสังคมในฐานะที่เป็นสมาชิกของสังคมในการทำประโยชน์เพื่อสังคมด้วย ซึ่งโครงสร้างบทบาท (role structure) หมายถึง พฤติกรรมของบุคคลที่บ่งชี้ถึงสภาพที่ตนดำรงอยู่ บทบาทและสถานภาพจะเป็นเหมือนต้นแบบในการหล่อหลอมพฤติกรรมของบุคคล โครงสร้างบทบาทภายในครอบครัวที่สำคัญจำแนกเป็นบทบาทเชิงเครื่องมือ (expressive role) โดยบทบาทเชิงเครื่องมือเป็นบทบาทเกี่ยวกับระบบเศรษฐกิจภายในครอบครัว และความรับผิดชอบโดยตรงต่อการแสวงหาสิ่งจำเป็นหรือทรัพยากรสำหรับเลี้ยงดูสมาชิกในครอบครัว ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นบทบาทของสามีหรือพ่อ และบทบาทเชิงอารมณ์เป็นบทบาทเกี่ยวกับการเลี้ยงดูสมาชิกในครอบครัว รวมทั้งการให้การสนับสนุนด้านจิตใจ  ครอบครัวที่ดีจำเป็นต้องมีโครงสร้างบทบาทที่ชัดเจน สอดคล้องกับความต้องการของสมาชิก และสอดคล้องกับความต้องการของครอบครัว มีผลทำให้สมาชิกในครอบครัวได้รับการตอบสนองความต้องการยกตัวอย่างในภาพยนตร์ Tokyo Sonata   เรื่องนี้นั้นเป็นเรื่องเกี่ยวกับครอบครัวที่หน้าที่หลักในการหาเงินมาเลี้ยงครอบครัวคือ พ่อเป็นหัวหน้าครอบครัวนั้นเองส่วนแม่เป็นแม่บ้านทำหน้าที่เลี้ยงดูอบรมและทำงานบ้าน  ส่วนลูกก็จะต้องทำหน้าที่เป็นลูกที่ดีของพ่อแม่   แต่ในเรื่องราวของครอบครัวนี้นั้นถึงแม้ว่าทุกคนในครอบครัวทำตามหน้าที่และบทบาทของแต่ละคนแล้วนั้นยังเกิดปัญหาอีกทั้งนี้เป็นเรื่องของความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวเนื่องจากชีวิตครอบครัวนั้นมีการเปลี่ยนแปลงตามลักษณะของสังคม การก้าวจากวงจรชีวิตตอนหนึ่งนั้นจะมีความเครียดเกิดขึ้นด้วยเสมอ ปัญหาที่พบบ่อยคือ ครอบครัวไม่สามารถเปลี่ยนแปลงกฎและความสัมพันธ์ภายในครอบครัวให้เหมาะสมกับชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป จนทำให้การพัฒนาไปตามวงจรชีวิตเกิดสะดุดหรือชะงักไปจากการที่มีความขัดแย้ง ความสับสนทางอารมณ์ และปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล การเปลี่ยนแปลงแต่ละอย่างมีผลกระทบมากน้อยต่างกัน มีผลกระทบต่อสมาชิกแต่ละคนแตกต่างกัน บางอย่างทำให้เกิดผลกระทบเฉพาะด้าน แต่บางอย่างก่อให้เกิดผลกระทบหลายด้าน หากครอบครัวมีความเครียดสะสมอยู่ก่อนแล้ว การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นใหม่อาจทำให้เกิดความเครียดรุนแรงยิ่งขึ้นและครอบครัวอาจทำหน้าที่บกพร่องได้ และถ้ามีการเปลี่ยนแปลงหรือมีความเครียดเกิดขึ้นมากเกินไปในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง หน่วยครอบครัวอาจแตกสลายและสมาชิกอาจเกิดปัญหาได้
            หากดิฉันเป็นพ่อ  ดิฉันจะสร้างความสัมพันธ์กับคนในครอบครัว จะพูดคุยปรึกษาถึงปัญหาที่เกิดขึ้นให้ทุกคนในบ้านรับรู้เพราะบางปัญหาเรานั้นไม่สามารถแก้ไขมันได้ด้วยตัวเอง และครอบครัวคือสิ่งที่สำคัญถึงแม้ว่าเราจะเป็นผู้นำครอบครัวก็ตามแต่สมาชิกในครอบครัวก็มีความสำคัญกับเรามากเช่นกันที่สำคัญฉันจะไม่ใช้คำว่าอำนาจในการปกครองครอบครัวแต่จะใช้คำว่าความรักความเข้าใจซึ่งกันและกันมากกว่าอำนาจ
            หากดิฉันเป็นแม่   ในเรื่องนี้นั้นดิฉันจะพูดจะถามจะไม่เก็บไว้ในใจ  จะทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างคนในครอบครัวเข้าหากัน
            หากเป็นพี่คนโต   ดิฉันจะทำหน้าที่ลูกให้ดี  จะคอยเป็นที่ปรึกษาแทนพ่อดูแลแม่กับน้องเนื่องจากเป็นผู้ชายและโตเป็นวัยรุ่นพ่อก็ต้องทำงานนอกบ้าน  จะพูดคุยกับทุกคนในครอบครัวอย่างมีเหตุผลและจะมีเวลาอยู่กับทุกคนในครอบครัวให้มาก
            หากเป็นน้องคนเล็ก  ก็จะทำหน้าที่ลูกให้ดีที่สุดคือการตั้งใจเรียนหนังสือและเป็นลูกที่ดีเชื่อฟังพ่อกับแม่  มีปัญหาอะไรจะปรึกษาคนในครอบครัวและจะมีเหตุผลให้มากที่สำคัญจะไม่โกหก
            และหากเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวกับตัวของดิฉันเอง  ดิฉันในฐานะเป็นหนึ่งในสมาชิกของครอบครัวในเวลาที่เกิดปัญหาต่างๆดิฉันเลือกที่จะปรึกษาครอบครัวมากกว่าจะต้องปิดบังจนในที่สุดอาจจะทำให้ปัญหารุนแรงขึ้นเรื่อยๆ  ก็อย่างที่บอกปัญหาบางเรื่องมันใหญ่จนเราไม่สามารถแก้ปัญหาได้ คนที่อยู่เคียงข้างเราเสมอคือครอบครัวนั้นเอง 
            ดิฉันคิดว่าชีวิตครอบครัวนั้นมันไม่ราบเรียบและสำเร็จรูปเสมอไปอย่างน้อยมันก็ต้องมีปัญหาทังนั้นดูอย่างบะหมี่สิมันยังกึ่งสำเร็จรูปเลย แต่เรานั้นสามารถทำให้ครอบครัวที่ไม่สำเร็จรูปมีความสุขได้ด้วยคนในครอบครัวมีการเคารพนับถือซึ่งกันและกัน และตระหนักถึงคุณค่าของกันและกันอย่างแท้จริงที่สำคัญคือการพูดคุยสื่อสารกันด้วยความรักความเข้าใจเชื่อว่าอุปสรรคและปัญหาที่ว่าใหญ่ก็ไม่สามารถทำลายครอบครัวของคุณได้แน่
          สุดท้ายหากเราไม่พูดคุยกันในครอบครัว   แล้วจะมีครอบครัวไว้ทำไม? น่าคิดนะ

อ้างอิง
http://www.ramamental.com/topics/inter6.htm

1 ความคิดเห็น:

  1. อยู่กันไปนานๆ อาจจะหลงลืมการพูดคุยกันเปลี่ยนเป็นการแช็ตแทนไง

    ตอบลบ